8 เซรั่มหน้าใสสุดฮิต ลดรอยสิว กู้ผิวพังแบบเร่งด่วน

8 เซรั่มหน้าใสสุดฮิต ลดรอยสิว กู้ผิวพังแบบเร่งด่วน

8 เซรั่มหน้าใสสุดฮิต ลดรอยสิว กู้ผิวพังแบบเร่งด่วน นอกจากครีมบำรุงผิวหน้าที่เราต้องใช้เป็นประจำทุกวันแล้วนั้น ก็ยังมีตัวสกินแคร์ที่จะมาเป็นหนึ่งในตัวช่วยในการบำรุงผิวของเรา เพื่อฟื้นฟูและช่วยดูแลผิวหน้าของเราในฉบับเร่งด่วนนั้นเองค่ะ แต่ติดที่ว่า แล้วเราควรจะเลือกเซรั่มอย่างไรเพื่อให้เหมาะกับผิวหน้าของเรา วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูวิธีการเลือกกันค่ะ

เลือกเซรั่มให้เหมาะกับปัญหาผิว

นปัจจุบันมีส่วนผสมและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพื่อให้เลือกใช้ตามความต้องการ เช่น Brightening Serum เพิ่มความขาวกระจ่างใส, Pore Minimizing Serum ยกกระชับรูขุมขน, Anti-Acne Serum ช่วยป้องกันสิวและลดรอยดำจากสิว, Hydrating Serum กักเก็บความชุ่มชื้นให้คงอยู่บนผิว การเลือกเซรั่มที่ตรงกับปัญหาผิวของเราจึงเป็นข้อแรกที่ควรนึกถึงค่ะ

เลือกเซรั่มให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง

ผิวมัน ควรเลือกเซรั่มที่มีเนื้อบางเบาและซึมซาบง่าย เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับน้ำมันบนผิว โดยไม่ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน ส่วนผสมในเซรั่มที่ควรมองหาคือ ซิงก์ ทีทรีออยล์ และกรดซาลิไซลิก เพราะจะช่วยลดปริมาณน้ำมันส่วนเกิน ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบในรูขุมขน

ผิวแห้ง ต้องการความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ จึงควรเลือกเซรั่มที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิก เพราะจะช่วยล็อกความชุ่มชื้นไว้ใต้ชั้นผิวได้อย่างยาวนาน โดยอาจจะเลี่ยงไอเทมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งกว่าเดิม

ผิวแพ้ง่ายหรือผิวบอบบาง ต้องการการปลอบประโลมเป็นพิเศษ ควรเลือกเซรั่มที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ เพราะมีคุณสมบัติปกป้องเซลล์จากสิ่งแปลกปลอมภายนอก พร้อมช่วยกักเก็บน้ำ ทำให้ผิวชุ่มชื้นได้นานขึ้น และแน่นอนว่าควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีอย่างน้ำหอม แอลกอฮอล์ สีสังเคราะห์ เป็นต้น

ผิวมีริ้วรอย เมื่อเริ่มมีอายุ ผิวจึงเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยได้ง่าย ควรเลือกเซรั่มที่มีส่วนผสมของเรตินอลและเพปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เสริมความยืดหยุ่นให้ผิวกระชับ รวมทั้งมองหาเซรั่มที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระด้วย

เซรั่มยี่ห้อไหนดี
 1. Skinsista Vit C Extra Bright Booster

 เซรั่มบูสเตอร์เนื้อบางเบา เน้นการปรับสภาพผิวให้พร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ พร้อมกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ด้วยสารสกัดกรดไฮยาลูรอนิกและวิตามิน C ทำให้ผิวเกิดใหม่ดูเรียบเนียน เปล่งประกาย สุขภาพดี ลดการเกิดหลุมและรอยสิวใหม่ ส่วนใครที่กังวลว่าผิวแพ้ง่ายจะใช้ได้ไหม บอกเลยว่าหายห่วงค่ะ เพราะอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ ซิลิโคน และสารกันเสีย ขนาดพกพาง่าย 15 ml. ราคา 490 บาท

8 เซรั่มหน้าใสสุดฮิต ลดรอยสิว กู้ผิวพังแบบเร่งด่วน

2.Coreana AMPLE:N VC Shot Ampoule

 เซรั่มชื่อดังที่กำลังฮอตในหมู่สาวเกาหลี เพราะมีหลายสูตรและสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว อย่างตัวนี้ก็จะช่วยเรื่องปัญหาผิวหมองคล้ำ ลดเลือนจุดด่างดำ ตลอดจนรอยแดง รอยสิว ก็จัดการได้นะ พร้อมกับปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้นด้วย สำหรับเนื้อเซรั่มจะเป็นสีขาวขุ่น เกลี่ยง่าย ไม่หนักหน้า ขนาด 100 ml. ราคา 850 บาท ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว

8 เซรั่มหน้าใสสุดฮิต ลดรอยสิว กู้ผิวพังแบบเร่งด่วน

3.Biotherm Aquasource AURA CONCENTRATE

ถ้าพูดถึงการเติมน้ำให้ผิวดูสวยฉ่ำแล้วละก็ต้องยกให้ Biotherm นี่แหละ มาพร้อมสูตรใหม่ที่ใช้แล้วหลายคนติดใจกันมาก กับเซรั่มเข้มข้นสำหรับผิวแห้งหรือผิวมันแต่ขาดน้ำ มาในเนื้อเบา ซึมซาบเร็ว ทาแล้วรู้สึกได้ถึงผิวอิ่มฟูและสดชื่นสุด ๆ ที่สำคัญคือช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิวอักเสบได้ดี ถูกใจคนเป็นสิวไปอีก ใช้เป็นเซรั่มอย่างเดียวไม่พอ ยังหยดลงบนจุดที่แสงตกกระทบโดยเฉพาะเพื่อเป็นไฮไลเตอร์ได้ด้วยนะ ขนาด 50 ml. ราคา 1,800 บาท

8 เซรั่มหน้าใสสุดฮิต ลดรอยสิว กู้ผิวพังแบบเร่งด่วน

4.BSC Time Defence Phytocelltec Nano Serum

เซรั่มที่ตอบโจทย์เรื่องผิวกระชับ เรียบเนียน ฟื้นบำรุงผิวให้มีชีวิตชีวา เซรั่ม BSC ถือเป็นอีกแบรนด์ที่ไม่ควรมองข้าม เห็นขวดแค่นี้แต่เขาใส่สารอาหารผิวมาไว้ให้เพียบเลย มีทั้งพืชพรรณ ไข่ปลา วิตามินและกรดอะมิโน จึงช่วยให้ผิวสวย สดใส ได้ไม่ยาก ความดีงามอีกอย่างที่สัมผัสได้ก็คือผิวหน้าดูอ่อนเยาว์และชุ่มชื้นขึ้นด้วย ขนาด 30 ml. ราคาสูงหน่อย 2,500 บาท

BSC Time Defence Phytocelltec Nano Serum

5.La Roche Posay Hyalu B5 Serum

ผิวบอบบาง ระคายเคืองง่ายเป็นพิเศษ ต้องลองเซรั่มที่ผสานไฮยาลูรอนและวิตามิน B5 ขวดนี้ ด้วยเนื้อเจลใส บางเบา ไม่เหนอะหน้า ช่วยคืนความอิ่มเอิบและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นตลอดวัน ลดปัญหาความหมองคล้ำ พร้อมปรับสีผิวให้สม่ำเสมอมากขึ้น ช่วงไหนลุยหนักจนหน้าเริ่มโทรม โบกตัวนี้ต่อเนื่องปุ๊บ ผิวที่อ่อนล้าก็กลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาเลย ขนาด 30 ml. ราคา 1,500 บาท

8 เซรั่มหน้าใสสุดฮิต ลดรอยสิว กู้ผิวพังแบบเร่งด่วน

6.Mad Hippie Exfoliant Serum

ขวดนี้เป็นเซรั่มวิตามินซีที่มีชื่อเสียงมากที่ฝั่งอเมริกาและอังกฤษ โดยเฉพาะด้านการต่อต้านริ้วรอยและให้ความขาวใส รวมถึงเหมาะกับคนที่เป็นสิว ผิวแพ้ง่ายด้วย เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากธรรมชาติ ช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน และมีสเต็มเซลล์จากแอปเปิลมาช่วยลดเลือนริ้วรอยและยับยั้งการเกิดเม็ดสีผิวเพิ่ม แนะนำให้ทาก่อนนอน และบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ตาม ผิวจะใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ ขนาด 30 ml. ราคา 1,880 บาท

8 เซรั่มหน้าใสสุดฮิต ลดรอยสิว กู้ผิวพังแบบเร่งด่วน

7.The Face Shop Yehwadam Revitalizing Serum

บอกเลยว่าประสิทธิภาพไม่แพ้แบรนด์อื่น ๆ เพราะมีส่วนผสมเด็ด ๆ อย่างดอกบัวหลวงสกัด ดอกสายน้ำผึ้ง โสมเกาหลี โกจิเบอร์รี ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น เรียบเนียน กระจ่างใส และยังฟื้นบำรุงให้ผิวของสาว ๆ ดูอ่อนเยาว์กระชับ เปล่งปลั่งแบบมีสุขภาพดีอีกด้วย เนื้อเซรั่มออกจะหนืดหน่อย ๆ แต่ไม่ทำให้หนักหน้า และยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ให้รู้สึกผ่อนคลาย ขนาด 45 ml. ราคา 1,599 บาท ใช้เพียงหนึ่งปั๊มก็ทาได้ทั่วหน้าและลำคอ

8 เซรั่มหน้าใสสุดฮิต ลดรอยสิว กู้ผิวพังแบบเร่งด่วน

8.Anua Heartleaf 80% Soothing Ampoule

ทางแบรนด์เลยต่อยอดด้วยเซรั่มแอมพูลสุดเข้มข้น ซึ่งมีส่วนผสมหลักอย่าง Heartleaf ถึง 80% กันเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เหนียวหนึบนะคะ ซึมง่าย สบายผิวสุด ๆ พร้อมบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ลดการอักเสบระคายเคือง ผิวดูฉ่ำโกลว์ รูขุมขนเล็กลง หน้าเนียนขึ้น ยิ่งใช้คู่กับโทนเนอร์คือดีเว่อร์ เหมาะกับสาวที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวฉบับเร่งด่วนจริง ๆ ขนาด 30 ml. ราคากรุบกริบ 990 บาท

Anua Heartleaf 80% Soothing Ampoule

8 เซรั่มหน้าใสสุดฮิต ลดรอยสิว กู้ผิวพังแบบเร่งด่วน เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะสำหรับเซรั่มตัวเด็ดตัวดังที่เราได้แนะนำไปนี้ มีตัวไหนที่เพื่อนใช้กันอยู่บ้างไหมค่ะ เพราะที่เราเอามาแนะนำนี้ล้วนเป็นเซรั่ม ที่เราเคยใช้มาแล้วรับรองถ้าใครได้ใช้จะต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ที่เที่ยว เชียงใหม่ไปทีไร ไม่เคยเบื่อ ใกล้วันหยุดกันแล้วมีที่เที่ยวหรือยังค่ะ ใครที่ยังนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ที่จะช่วยให้เราผ่อนคลายและเติมพลังให้ได้มากที่สุด และวันนี้ เราจะพาทุดคน ไปปักหมุดเช็คอิน ที่จังหวัดเชียงใหม่ 

เทรนด์การศึกษาไทย ในปี 2021  ในปี2021 นี้นับได้ว่าเป็นปีที่่มีการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป รวมถึงการระบาดของโรคโควิด-19 และที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงของด้านการศึกษา ซึ่งในตอนนี้รูปแบบของการเรียนการสอนมีความแตกต่างไปจากเดิมเป็นอย่างมาก เราสามารถเห็นได้ชัดเจน